เคยไหม…
ตอนร้อน ๆ แล้วเราเผลอเดินไปหลบแดดใต้แนวต้นสนริมทะเลโดยไม่รู้ตัว
หรือเคยไหม…
ตอนนั่งฟังเสียงคลื่น แล้วรอจังหวะที่ลมทะเลพัดผ่านกิ่งใบสน จนเกิดเสียงซู่ยาวเบา ๆ เหมือนธรรมชาติกำลังเล่าเรื่องอะไรบางอย่างให้ฟัง
คนรักทะเลอย่างเราคงคุ้นชินกับเสียงนี้ดี
ทุกครั้งที่ฉันพานักท่องเที่ยวออกเดินทาง สิ่งหนึ่งที่ฉันชอบมองเสมอ ไม่ใช่แค่สีของน้ำทะเล หรือแนวคลื่นตรงหน้า แต่คือ “ต้นสนริมทะเล” ที่ยืนเรียงรายเงียบ ๆ อยู่ข้างหาด
ฉันมักสงสัยอยู่เสมอว่า
ทำไมทะเลถึงดูสมบูรณ์ขึ้นทุกครั้งเมื่อมีแนวต้นสนอยู่ข้าง ๆ
บางต้นสูงใหญ่จนต้องเงยหน้ามอง
บางต้นยืนรับลมเค็มมาหลายสิบปี เปลือกแตกหยาบตามกาลเวลา รากหยั่งลึกลงในผืนทราย เหมือนกำลังคอยปกป้องชายฝั่งแห่งนี้เอาไว้
ฉันเคยอ่านมาว่า สนทะเลบางต้นมีอายุอยู่ได้ถึง 30–50 ปี หรือมากกว่านั้น หากสังเกตดี ๆ ต้นที่อายุมากมักมีลำต้นใหญ่ กิ่งแผ่กว้าง และเปลือกหนาแตกเป็นร่องชัดเจน
ยิ่งอยู่กับทะเลนานเท่าไร
ต้นสนก็ยิ่งดูมีเรื่องราวมากขึ้นเท่านั้น
ระหว่างเดินบนชายหาด ฉันชอบก้มมองใบสนที่ร่วงอยู่บนพื้นทราย ใบเส้นเล็กละเอียดเหมือนเข็มสีเขียวหม่น บางครั้งปลิวตามลม บางครั้งกองรวมกันใต้ต้นใหญ่
หลายคนอาจมองเป็นเพียงเศษใบไม้
แต่จริง ๆ แล้ว ใบสนช่วยคลุมดินรักษาความชื้นได้ ส่วนไม้สนก็ยังนำไปใช้ทำฟืน รั้ว หรือของพื้นบ้านได้อีกหลายอย่าง
ลมทะเลพัดผ่านมาอีกครั้ง
เสียงใบสนเสียดสีกันดังซู่ยาวเหนือศีรษะ
เป็นเสียงที่ฉันได้ยินซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่ทำงานริมทะเล
และไม่เคยเบื่อเลยสักครั้ง
บางที…
ต้นสนอาจไม่ใช่เพียงต้นไม้ริมชายหาด
แต่อาจเป็นอีกหนึ่งความทรงจำของคนที่รักทะเล
เหมือนกับฉัน ที่ยังคงเงยหน้ามองแนวสนทุกครั้ง เมื่อได้กลับมายืนริมทะเลอีกครั้ง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น